Skip to main content
เครื่องขัดผิวโลหะ หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า เครื่องบาเรล(Barrel) เป็นเครื่องที่ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อช่วยให้ทุ่นแรง ในการขัดลบครีบ ลบคม ขัดเงา หรือแม้แต่การปรับผิวชิ้นงานให้เนียนเรียบ เป็นต้น เนื่องจากสามารถขัดได้คราวละมากๆ และใช้แรงคนน้อยกว่าการขัดด้วยมือ แต่ถึงกระนั้น เครื่องขัดผิวโลหะก็มีข้อจำกัดในการใช้ เพราะเป็นเครื่องที่ใช้ในการลดขั้นตอนการขัดมือในบางขั้นตอน หรืออาจจบขั้นตอนในการขัดด้วยได้ ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของผู้ใช้ว่าต้องการขัดเพื่อจุดประสงค์อะไร ตัวอย่างเช่น ชิ้นงานที่ต้องการลบคม ก็อาจจบได้ที่เครื่องขัดในขั้นตอนเดียว โดยใช้คู่กับเม็ดขัดเป็นตัวกำหนดการขัดชิ้นงาน ซึ่งมีหลายรูปทรงและขนาด เลือกตามความเหมาะสม เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นระบบขัดเปียก จึงต้องมีน้ำและน้ำยาเป็นส่วนประกอบในการช่วยขัด โดยที่เครื่องขัดผิวโลหะเหล่านี้มีหลายชนิด และหลายขนาดให้เลือกใช้ ดังนี้

1. เครื่องขัดผิวโลหะแบบเขย่า หรือ VIBRATORY FINISHING MACHINE

เครื่องขัดชนิดนี้ เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก เนื่องจากมีคุณสมบัติ ในการช่วยขัดผิวให้เนียนเรียบ ขัดลบครีบลบคม ขัดเงาโลหะ ได้เกือบทุกประเภท อีกทั้งยังสามารถช่วยลดขั้นตอนการใช้มือได้ ซึ่งชิ้นงานบางประเภทอาจใช้มือขัดหลายขั้นตอน มีทั้งระบบมีสะพานแยกชิ้นงาน และไม่มีสะพาน (ซึ่งเหมาะสำหรับงานที่มีขนาดใหญ่) จึงมักนิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง เพื่อความประหยัดทั้งด้านพลังงาน และแรงงาน ที่เป็นปัจจัยของต้นทุนการผลิต เช่น ในกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องประดับ เครื่องครัว เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

ปกติแล้ว ผู้ที่เลือกใช้เครื่องขัดชนิดนี้ ด้วยเหตุที่ว่า ต้องการขัดเพื่อลบคม ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ก่อนนำชิ้นงานไปทำขั้นตอนอื่นต่อไป ขัดล้างทำความสะอาด หรือสามารถขัดเงาเพื่อโชว์ผิว เนื่องจากเครื่องขัดชนิดนี้ใช้ง่ายที่สุด โดยการเลือกเม็ดขัดและน้ำยาขัดให้เหมาะสมกับวัตถุดิบ และความต้องการ ทุกขั้นตอนการขัด เราจะต้องมีการทดลองให้ผู้ใช้ได้เห็นผลก่อนทุกครั้ง เพื่อที่จะได้เลือกใช้ส่วนประกอบที่ใช้ขัดได้เหมาะสมที่สุด และผลลัพธ์ที่ออกมาถูกต้องกับความต้องการของผู้ใช้

ลักษณะการทำงาน เป็นระบบเขย่าหรือเรียกอีกแบบว่าระบบสั่น โดยการใช้มอเตอร์สั่นและสปริงเป็นตัวขับเคลื่อน ให้เม็ดภายในเครื่องขัดม้วนและวิ่งวน เพื่อให้เกิดการขัด

ส่วนประกอบที่ใช้ขัด คือ

เม็ดหินขัด (medias) ขัดหยาบหรือขัดละเอียด หรือเม็ดลูกปืน (steel ball)

น้ำยาขัดผิว หรือขัดเงาโลหะ (compounds)

น้ำเปล่า (water)

การเลือกเม็ดขัด

เม็ดที่ใช้ขัด มีหลักๆอยู่ 3 ประเภทคือ ขัดหยาบ ขัดปานกลาง ขัดละเอียด และขัดเงา เราจะต้องเลือกให้เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการขัด เช่น ต้องการขัดเพื่อลบคม ต้องเลือกหินหยาบ และขนาดของเม็ดขัดกับชิ้นงานควรเลือกให้เหมาะสมกัน เช่น หากชิ้นงานมีมุม มีเหลี่ยม หรือมีรู เราต้องเลือกเม็ดขัดที่สามารถเข้าไปขัดตามเหลี่ยมหรือมุมได้โดยที่เม็ดขัดต้องไม่เข้าไปติดในรู เป็นต้น

การเลือกน้ำยาขัด

น้ำยาขัดมีให้เลือกใช้หลายประเภท เราควรเลือกใช้ให้ถูกกับประเภทของวัตถุดิบ และขั้นตอนต่อไปหลังจากขัด ว่าจะนำชิ้นงาน เช่น ชิ้นงานเป็นเหล็ก เราควรใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของสารกันสนิม หรือ หลังขัดแล้วนำไปชุบ ควรเลือกใช้น้ำยาที่ขัดแล้วนำไปชุบออกมาแล้วติดทนทาน เงางาม เป็นต้น

ขั้นตอนการขัดด้วยเครื่องขัดแบบเขย่า

เมื่อเราเลือกเม็ดขัดที่เหมาะสมกับชิ้นงานได้แล้ว เราจะมีวิธีการขัดคือ

1

ใส่หินขัด หรือเม็ดเหล็ก ลงในเครื่องเขย่า

โดยใส่ประมาณ 70 % ของปริมาตรเครื่อง
2

เติมน้ำผสมลงไป

โดยให้คำนวณจากปริมาตรเครื่อง คือ 10% โดยประมาณ ขึ้นอยู่ชิ้นงาน
3

ผสมน้ำยาอัตรา ประมาณ 1:20-1:30 ของน้ำ

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ชนิดของวัตถุดิบ เม็ดขัด และความสกปรกของชิ้นงาน
4

เดินเครื่อง ใส่ชิ้นงาน

จับเวลา หาเวลาที่ดีที่สุด
5

เมื่อได้ผลลัพธ์ตามต้องการ จึงเก็บชิ้นงาน และล้างน้ำเปล่าให้สะอาด

หากเป็นเหล็กควรจุ่มน้ำมันกันสนิม หรือพยายามทำให้ชิ้นงานแห้ง เพื่อไม่ให้เกิดคราบน้ำ หรือสนิม

*ในระหว่างขัด แนะนำให้เดรนน้ำเบาๆ เพื่อเป็นการระบายความสกปรก คราบน้ำมัน หรือ เศษผงจากเม็ดขัด เศษโลหะออกไปกับน้ำ และเป็นวิธีการขัดเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับประเภทของงาน ได้ตามต้องการ

2. เครื่องขัดผิวโลหะแบบจานหมุน (CENTRIFUGAL FINISHING MACHINE)

เป็นเครื่องขัดระบบจานหมุน ภายในหุ้มด้วยยางยูรีเทน ทำงานโดยการใช้จานหมุนขับเคลื่อนเม็ดหินขัดและชิ้นงานให้เหวี่ยงหนีจุดศูนย์กลางด้วยความเร็ว จึงใช้เวลาในการขัดสั้นกว่าเครื่องเขย่า เหมาะสำหรับชิ้นงานที่มีครีบสูง, ต้องการขัดเก็บรอยที่เกิดจากการขัดด้วยกระดาษทรายมาก่อน หรือรอยลึก ซึ่งเครื่องเขย่าไม่สามารถกำจัดออกไปได้ ส่วนใหญ่มักใช้กับชิ้นงานที่ไม่ใหญ่มากนัก ขัดได้ทั้งโลหะและพลาสติคบางชนิด เช่น เครื่องประดับ ชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิคส์ ชิ้นส่วนรถยนต์ ชิ้นส่วนมอเตอร์ไซด์ เป็นต้น เครื่องชนิดนี้จึงเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางอีกชนิดหนึ่ง เพราะช่วยประหยัดเวลาได้มาก

ขั้นตอนการขัดด้วยเครื่องขัดแบบจานหมุน

1

นำหินขัดใส่ลงในเครื่องประมาณ 50% ของปริมาตรเครื่อง

2

ใส่น้ำให้ท่วมหินขัด

เนื่องจากเครื่องชนิดนี้มีความเร็วสูง หากใส่น้ำน้อยเกินไป จะทำให้งานเสียดสีกับเม็ดขัดแรงเกินไปซึ่งอาจก่อให้เกิดรอยได้
3

ผสมน้ำยาขัดผิวโลหะ อัตราส่วนโดยประมาณ 1:20-1:30

ขึ้นอยู่กับความสกปรกของชิ้นงาน
4

เดินเครื่อง ใส่ชิ้นงานอย่าให้แน่นจนเกินไป

เพราะอาจจะทำให้ชิ้นงานกระทบกันจนเกิดรอยได้ ควรเดรนน้ำทิ้งเบาๆ
5

จับเวลาตามต้องการ เมื่อครบเวลาแล้วเก็บชิ้นงานออกควรล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด และควรทำให้แห้ง

เพื่อไม่ให้เกิดคราบน้ำ หากชิ้นงานเป็นเหล็กควรจุ่มกันสนิม

3. เครื่องขัดผิวโลหะแบบกลิ้ง (ROTARY BARREL FINISHING MACHINE)

การทำงานเครื่องขัดชนิดนี้ใช้ระบบหมุนรอบตัวเอง โดยมีเพลามอเตอร์ และสายพานพูเล่ย์เป็นตัวขับเคลื่อน ภายในหุ้มด้วยยางโพลียูรีเทน เหมาะสำหรับชิ้นงานที่แบนเรียบไม่ขึ้นรูป ช่วยให้งานไม่ดูดติดกัน กำลังการขัดจะเร็วกว่าเครื่องขัดระบบเขย่าเล็กน้อย เหมาะสำหรับขัดเพื่อลบครีบ ลบคม ปรับสภาพผิวให้เนียนเรียบ

4.เครื่องขัดผิวโลหะแบบ4แกน (HORIZONTAL CENTRIFUGAL FINISHING MACHINE)

เป็นเครื่องขัดที่มีความเร็วสูง ขัดได้เร็วกว่าเครื่องขัดชนิดอื่น เหมาะสำหรับงานที่มีค่าความละเอียดสูง เช่นงานที่ต้องการขัดเก็บรายละเอียดมากๆ เช่นต้องการขัดเพื่อให้ได้ค่า R ใช้สำหรับขัดชิ้นงานที่ขนาดเล็ก โดยส่วนใหญ่มักใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิคส์ เครื่องประดับ เป็นต้น แต่เนื่องเป็นเครื่องที่มีการใช้งานที่ยาก จึงไม่เป็นที่นิยมนัก จึงใช้ได้เฉพาะบางงานที่เครื่องขัดชนิดอื่นไม่สามารถขัดได้

5.เครื่องขัดผิวโลหะทรงสี่เหลี่ยมVIBRATORY FINISHING MACHINE(SQUARE SHAPE)

เครื่องขัดผิวโลหะแบบเขย่าเช่นกัน แต่มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมยาว เพื่อใช้ขัดงานที่มีลักษณะยาว ซึ่งเครื่องเขย่าทรงกลมไม่สามารถขัดได้

6. เครื่องแยกชิ้นงานระบบสั่น SEPARATOR VIBRATORY MACHINE

เป็นเครื่องสำหรับคัดแยกชิ้นงานกับเม็ดขัด โดยปกติมักใช้คู่กับเครื่องขัดผิวโลหะแบบจานหมุน หรือ เครื่องขัดแบบกลิ้ง เพื่อความสะดวก ทุ่นแรง และรวดเร็วในการเก็บชิ้นงาน

Leave a Reply